++ ต้อนรับแสงแดดฤดูร้อนด้วย nu jazz ++

20 ต.ค.

เวลาแห่งความสุขของฤดูร้อนใกล้เข้ามาถึงเต็มทีแล้ว ไอของแดด กับแสงอ่อนๆ บรรยากาศที่สดชื่นสดใสของหน้าร้อนกำลังใกล้เข้ามาทุกวัน ท่ามกลางไอแดดที่แผดเผาของท้องฟ้าออสเตรเลีย ถ้าได้คลายร้อนด้วยเสียงเพลงที่ฟังแล้วชื่นใจ มันจะดีแค่ไหนน้า

Koop เป็นวง nu jazz จากสวีเดน ที่ออกผลงานเพลงมาเกือบสิบปีแล้ว ด้วยการมิกซ์เพลงแบบเสียงสังเคราะห์ และผสมผสานเข้ากับการเล่น turntable ทำให้งานแจ๊สจากดินแดนอันหนาวเหน็บนี้ ออกมาอย่างสดใสสวยงาม เหมาะจะฟังเพื่อเพิ่มความสดชื่นในหน้าร้อนเป็นอย่างยิ่ง และยิ่งได้เสียงสไตล์เย็นๆของ Yukimi Nagano ศิลปินแจ๊สสาวจากดินแดนอาทิตย์อุทัยมาร่วมแจมแล้ว งานของ Koop ยิ่งเป็นสีสันที่เข้ากับท้องฟ้าหน้าร้อนอย่างที่สุด กับแทร็ค Summer Sun ที่เลือกมาให้ฟังนี้ เป็นงานชั้นดีที่ทำขึ้นตั้งแต่ปี 2001 จากอัลบั้ม Waltz For Koop ซึ่งนับเป็นงาน nu jazz ที่เบิกทางให้ขาแจ๊สรุ่นใหม่ในไทยได้รู้จักกับงานแจ๊สดีๆแบบนี้จากแถบสแกนดิเนเวีย

++ ยอมเป็นข้าวมันไก่ ++

15 ต.ค.

ถ้าจะพูดถึงอาหารจานเดียวยอดนิยมในเมืองไทย ก็คงจะต้องมีชื่อของ ข้าวมันไก่ ติดโผเป็นอันดับต้นๆอย่างแน่นอน เรียกว่ามีขายกันทั่วทุกหย่อมหญ้า ออกจากบ้านไปไม่กี่สิบนาที ต้องได้เห็นวางขายอยู่เจ้าแน่ๆ และเราเองก็เป็นอีกคนที่ชอบกินข้าวมันไก่เอามากๆ ชอบมากถึงขนาดเคยคิดอยากเปิดทัวร์ตระเวนชิมข้าวมันไก่ 10 เจ้ารอบเกาะรัตนโกสินทร์ด้วยนะ ฮ่าๆ ร้านไหนที่ว่าดัง ว่าเด็ด เราไปมาหมดแล้วในกรุงเทพ แต่พอมาอยู่ต่างแดนแบบนี้ ช่างหากินยากซะเหลือเกิน ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เลยต้องทำเองซะเลย จะให้รอไปกินที่ไทยก็คงไม่ไหว มาดูสูตรกันเลยดีกว่า

ส่วนผสมไก่

1. สะโพกไก่ตามต้องการ

2. รากผักชี 1 tbs

3. ซีอิ๊วขาว 6 tbs

4. ซุปไก่ก้อน 2 ก้อน

5. หัวหอม 2 หัว

6. พริกไทยดำ ตามชอบ

ส่วนผสมข้าว

1. ข้าว 2 cups

2. ขิงสับ 1 tbs

3. กระเทียมทุบ 2 หัว

4. แม็กกี้ 1/2 tbs

5. น้ำมันพืช 2 1/2 tbs

 

วิธีทำ

1. ต้มสะโพกไก่ ใส่ซุปก้อน รากผักชี ซีอิ๊วขาว และหัวหอมหั่นครึ่ง

2. ปรุงรสเพิ่มด้วยพริกไทยดำ กะเอาตามชอบ

3. ต้มจนไก่สุก แล้วจากนั้นจะเอาน้ำซุปที่ได้มาหุงข้าวมัน

4. เตรียมข้าวมันโดยใช้ใส่กระเทียมทุบ ขิงสับ แม็กกี้ และน้ำมันพืช

5. เติมน้ำซุปให้พอดีกับปริมาณข้าว แล้วหุงในหม้อข้าวปกติ

6. เอาไก่ขึ้นหลังจากที่ไก่สุก เพื่อเตรียมสับ

7. เลาะกระดูกไก่ออก แล้วใส่กระดูกกลับไปในน้ำซุปเพื่อต้มต่อ

8. ข้าวน่าจะสุกพอดี พร้อมๆกับไก่ที่สับเสร็จ

ข้าวมันไก่สูตรนี้ไม่ได้กินกับน้ำจิ้มเต้าเจี้ยว เพราะในโฮบาร์ทหาพริกขี้หนูสดไม่ได้เลย จะใช้พวกพริกแห้งหรือพริกดองก็รสชาติไม่เหมือน เลยกินกับซีอิ๊วดำหวาน ก็พอแก้ขัดได้ ส่วนน้ำซุปที่ได้ รสชาติจะออกเข้มข้น ถึงรสพริกไทยดำ จะไม่จืดเหมือนซุปตามร้านข้าวมันไก่ทั่วๆไป ที่เจือจางซะเหลือเกิน

 

 

++ มะตะบะไก่ สไตล์ลูกครึ่ง ++

14 ต.ค.

หลังจากที่ได้ทำข้าวหมกไก่กินกันกับเพื่อนๆไปหลายต่อหลายหน (เดี๋ยวจะเขียนถึงวันหลัง) ทีนี้ชักกำเริบเสิบสาน แค่ข้าวหมกไก่มันยังไม่สะใจพอ มันต้องมีเครื่องเคียงด้วยซี่ ว่าแล้วก็เล็งมาที่มะตะบะ ดังนั้น เรากับเพื่อนอาหรับของเราเลยสมคบคิดกันทำมะตะบะไก่กันขึ้น จะเป็นยังไง เชิญติดตามชมจ้า

ส่วนผสมแป้ง

1. plain flour 1 cup

2. 1 egg

3. salted butter 1/2 tbs

4. salt 1/8 tsp

5. water 2 tbs

ส่วนผสมไส้

1. chicken mince 1/2 cup

2. chopped onion 1 cup

3. 2 eggs

4. salt 1/2 tsp

5. black pepper 1/2 tsp

6. oregano 1 tsp

7. olive oil 1 1/2 tbs

วิธีทำ

1. ร่อนแป้ง 2-3  รอบ ใส่บนโต๊ะสะอาดหรือชามอ่าง แล้วทำตรงกลางให้เป็นหลุม

2. ตอกไข่ใส่ลงไป ตามด้วยเกลือที่ละลายกับน้ำแล้ว

3. ใส่เนยสดอ่อนตัวลงไปด้วย

4. คนของเหลวกลางหลุมให้เข้ากับแป้ง

5. นวดแป้งด้วยมือเปล่าให้นุ่มเนียนอีกที ถ้าติดมือก็ใช้แป้งสาลีช่วยนวด

6. ได้ที่แล้วก็แบ่งให้แป้งมีขนาดเท่าไข่ไก่

7. เอาแป้งที่แบ่งแล้วใส่ชาม และเคลือบแป้งบางๆด้วยน้ำมันพืชหรือเนยละลาย

8. ใส่น้ำมันในกะทะ แล้วผัดไก่บดให้สุก

9. ใส่หอมใหญ่ลงไปผัดให้เข้ากัน

10. ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย และออริกาโนป่น

11. ผัดให้เข้ากันแล้ว ตักใส่ชามพักไว้

12. ตอกไข่ใส่ชามแล้วตีให้ขึ้นฟู จากนั้นเทไส้ที่พักไว้ผสมลงไป

13.  หยิบแป้งมา 1 ก้อน แผ่ให้เป็นแผ่นบางๆ

14. ใส่ไส้ลงไปกลางแป้ง แล้วพับขอบแป้งเข้าหากันให้เป็นทรงสี่เหลี่ยม

15. เทน้ำมันลงกะทะ ใช้ไฟกลางค่อนมาทางอ่อน พอร้อนแล้วก็เอาแป้งที่ใส่ไส้แล้วลงทอด

16. พลิกกลับไปมาจนเหลืองกรอบทั้งสองด้าน

17. เมื่อเหลืองครบทั้งสองด้านแล้วก็ตักขึ้นได้

 

น่ากินมั้ยละ ขึ้นจากเตาร้อนๆเลย เหลืองกรอบน่ากินสุดๆ สูตรที่ให้เนี่ย ทำได้ทั้งหมด 5 ชิ้นจ้า ชิ้นกำลังดี ไม่เล็กไม่ใหญ่

หลังจากที่เราได้ลองลิ้มชิมรสแล้ว พบว่ารสชาติออกแนวลูกครึ่งอาหรับ อิตาเลียนยังไงชอบกล หน้าตาเหมือนมะตะบะทั่วไป แต่รสชาติของไส้ออกแนวอิตาเลียนแฮะ ใครที่สนใจมะตะบะลูกครึ่ง ก็ลองเอาสูตรนี้ไปทำดูได้จ้า

 

 

++ Sunquick Orange Cake ++

14 ต.ค.

มาที่เมนูของหวานกันบ้างดีกว่า ไม่รู้เป็นยังไงพวกอาหารการกินด้านของหวานที่นี่กลับไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ ไอ่ตอนแรกเห็นว่ามาเมืองฝรั่ง ก็จิ้นไปถึงสารพัดเค้ก แบบที่เราเห็นจากทีวีแชมเปี้ยน กะว่ามาถึงแล้วคงจะกินได้เต็มคราบ แต่เปล่าเลย มีแบบนั้นน้อยมาก ก็เลยต้องเสาะหาทำเองตามที่อยากกิน เค้กที่จะทำนี้เป็นเค้กส้มแบบกึ่งสำเร็จรูป จะเป็นยังไงลองติดตามชมจ้า

ส่วนผสมตัวเค้ก

1. cake mix vanilla flavour

2. navel orange

3. vanilla extract

4. milk

ส่วนผสมหน้าเค้ก

1. water 3/4 cup

2. Sun Quick 1/4 cup

3. sugar 1/3 cup

4. brown sugar 2 teaspoons

5. plain flour 1 1/2 tablespoons

6. salted butter 1 tablespoon

7. mandarin orange

วิธีทำ

1. ผสมเค้กด้วยนม ตามสัดส่วนข้างกล่อง ใส่ผิวส้มนาเวลขูด และน้ำส้มคั้น ถ้าชอบกลิ่นวานิลลาก็เติมได้

2. อบตามวิธีข้างกล่อง

3. สำหรับหน้าเค้ก ผสมทุกอย่างยกเว้นเนยสดลงในหม้อ คนให้เข้ากัน

4. นำไปตั้งไฟ แล้วกวนจนแป้งสุก

5. เสร็จแล้วยกลงจากเตา เติมเนยสดที่อ่อนตัวแล้ว คนให้เข้ากัน

6. ทิ้งให้เย็นลง ระหว่างนี้ปอกส้มแมนดาริน และจัดแต่งบนเค้กให้สวยงาม

7. พอหน้าเค้กอุ่นลงแล้ว ก็ราดได้เลย

ทั้งหมดนี้ทำได้ง่ายๆภายในหนึ่งชม.เท่านั้นจ้า

 

 

 

++ คันหู ไม่รู้เป็นอะไร้ ++

13 ต.ค.

นาทีนี้คิดว่าคงไม่มีชาวไทยคนไหนที่บ้านมีไฟฟ้าเข้าถึง และเล่นเน็ทได้ จะไม่รู้จักกับเพลงที่ชื่อ คันหู ของวงเทอร์โบ แต่เราจะไม่พูดถึงอะไรที่เป็นประเด็นร้อนหรอกนะ โลกเรามันร้อนพออยู่แล้ว เหอะๆๆ แต่วันนี้เราจะพูดถึงเพลงนี้ ในเวอร์ชั่นที่มีคนเอามา cover ใหม่กัน

คันหูเวอร์ชั่นนี้ เป็นการทำงานของวง Skarangers ที่ทำขึ้นมาภายใต้โปรเจคที่มีชื่อว่า No Cover Input ซึ่งเป็นโปรเจคจากการรวมตัวของศิลปินอิสระที่ชื่อว่า No Signal Input จากเชียงใหม่นี่เอง นอกจากนี้ก็ยังมีวงอื่นๆอีก เช่น หรอย, สภาพสุภาพ, อินธนูและพู่ถุงเท้า

หลังจากที่ได้ฟังแล้วชอบสุดๆ เพลงติดหูมากเลย แต่กลับไม่ค่อยสร้างความรู้สึกว่าเป็นสกาสมชื่อวงสักเท่าไหร่ ถึงแม้จะมีทรัมเปตและทรอมโบนก็ตาม เรากลับรู้สึกว่าคล้ายงานของ Jetseter มากกว่า ออกแนวป็อบ ผสมดิสโก้และฟังก์หน่อยๆ บวกกับเครื่องเป่าสองชิ้นที่ว่า ก็คงจะไม่แปลกอะไรกับชื่อวง เพราะทีศรีราชาร็อคเกอร์ ยังเล่นเพลงสกาได้เลย จริงมั้ย

กลับเข้าเรื่องกันต่อ ในส่วนของเมโลดี้ เส้นร้องถูกบิดออกไปจากเดิมแบบไม่เหลือเค้าเลย รวมทั้งการแบ่งคำร้องด้วยเช่นกัน เรียกว่าไม่เหลือเค้าความเป็นลูกทุ่งอย่างต้นฉบับเลย การเอื้อนเสียงแบบลูกทุ่งหายไป แทนที่ด้วยการร้องแบบสมัยนิยมธรรมดา อีกอย่างที่ทำให้ต่างออกไปก็ที่การตัดเนื้อร้องบางส่วนทิ้ง ตรงนี้คิดว่าเพราะนักร้องนำของวงเป็นชาย เลยตัดเนื้อส่วนที่ดูเป็นผู้หญิงออกไป และร้องซ้ำท่อนแรกกับท่อนสองเท่านั้น

ยังไงก็ลองฟังกันดู แล้วคุณจะหลงรักเพลงนี้ ฮิฮิ

++ honey soy wings ++

8 ต.ค.

ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เราปาร์ตี้บ่อยมาก และอาหารที่เค้านิยมกินในปาร์ตี้ก็เป็นอาหารจำพวก finger food นี่เอง เป็นอะไรที่กินง่ายในมือเดียว ไม่เลอะมากมาย จะยืนกิน เดินกินก็สะดวก ไม่เปลืองที่ทางในการนั่งกิน ว่าแล้วก็มาดูวิธีทำกันเลยดีกว่า

ส่วนผสม

1. ปีกไก่

2. ซีอิ๊วขาว

3. น้ำผึ้ง

4. ขิงสับ

5. กระเทียมสับ

6. งาขาว (เพื่อตกแต่ง)

วิธีทำ

1. หมักปีกไก่กับซีอิ๋วขาว น้ำผึ้ง ขิงสับ และกระเทียมสับ อย่างต่ำ 3 ชม. หรือหมักข้ามคืนเลยก็จะยิ่งเข้าเนื้อ

2. วอร์มเตาที่ 300 องศาซี แล้วเตรียมถาดอบให้พร้อม ด้วยการพ่น cooking spray กันปีกไก่ติดถาด

3. อบด้านแรก 10 นาที จากนั้นพลิกอีกด้านอบสัก 5-6 นาที ก็จะสุกทั่ว

4. เอาออกจากเตาแล้วโรยงาขาวให้สวยงาม

Tips

1. เลือกปีกไก่ที่หั่นมาแล้ว หรือที่เรียกว่า nibble จะได้ไม่ต้องมาหั่นเอง กินง่ายด้วย

2. เลือกน้ำผึ้งที่ไม่ต้องพิเศษมาก ที่บอกจากเกสรดอกไม้นั่นนี่ รสมันจะเพี้ยน เอาแบบที่ขายในซุปเปอร์ทั่วไปก็พอ

3. ไม่ต้องใช้กระเทียมสับเยอะ อย่าให้กลบกลิ่นขิงเป็นใช้ได้

4. ใช้ฟอยล์รองถาดอบก่อนก็ดี จะได้ไม่ต้องทำความสะอาดยุ่งยาก

5. ถ้าไม่อยากโรยงาก็ไม่ต้องก็ได้ บางคนจะรู้สึกสะดุดลิ้น

สำหรับปีกไก่น้ำผึ้งอันนี้ ถ้าไม่กินเป็น finger food ตามปาร์ตี้ จะเอามาประยุกต์กินกับสลัดผักก็ได้ ราดคู่กับเดรสซิ่งแบบฝรั่งเศส ก็อร่อยไปอีกแบบ รสชาติหวานๆเค็มๆของปีกไก่ ตัดกันกับรสเปรี้ยวอมมันของเดรสซิ่งได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้ชอบกินผักอะไรมากถึงกับที่จะกินสลัดผักได้เปล่าๆ ก็มีเนื้ออะไรสักหน่อยนึงมาเพิ่ม ให้ไม่รู้สึกว่าอ้างว้างเกินไป

 

ปล. ทำไม Tips มันเยอะกว่าวิธีทำวะ

++ แกงเขียวหวานของฉันอร่อย ++

8 ต.ค.

ถ้าจะพูดถึงอาหารไทยที่มีชื่อเสียงในสายตาต่างชาติอันดับหนึ่งก็คงหนีไม่พ้นต้มยำกุ้ง ส่วนอันดับสองก็คงไม่น่าพ้นแกงเขียวหวานนั่นเอง เราเป็นคนที่ชอบกินแกงเขียวหวานไก่มากๆ เรียกว่าเป็นอาหารไทยที่ชอบที่สุดเลยก็ว่าได้ ยิ่งเป็นสูตรของคุณยายแล้วละก็ กินเท่าไหร่ไม่เคยพอ จำได้ว่าตอนเด็กๆเติมไม่รู้จักอิ่ม กินทีนึงก็เกิน 3-4 จานตลอด แต่เราก็ไม่เคยทำกินเองมาก่อนเลย หลังจากคุณยายเสียไป แม่เราก็ทำให้กินแทน ดังนั้นเมื่อเรามาอนู่ที่นี่ เมนูนี้ก็เลยเป็นอาหารไทยอย่างแรกที่เราทำกินเอง

ส่วนผสม

1. เนื้อไก่

2. น้ำพริกแกงเขียวหวานแบบสำเร็จ

3. กะทิกล่อง

4. ผัก frozen ชนิดที่ชอบ

5. green pea (ให้ได้ visual แทนมะเขือพวง)

6. น้ำปลา

7. น้ำตาล

8. น้ำเปล่า

9. น้ำมันพืข

วิธีทำ

1. เอาไก่ไปลวก ไม่ต้องใช้น้ำร้อนจัด แล้วพักไว้ก่อน

2. ตั้งน้ำมันพืชในหม้อ ให้ร้อน แล้วเอาพริกแกงลงไปผัดให้หอม

3. เติมกะทิให้พอกับที่ต้องการ เคี่ยวต่อไปให้แตกมัน

4. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล น้ำเปล่า กะรสเอาตามชอบ

5. ได้รสแบบที่ต้องการแล้ว ก็ใส่ผัก

6. ตั้งไฟสัก 2-3 นาที ก็ใส่ไก่ที่ลวกไว้แล้วได้เลย

7. ตั้งไฟอีก 2-3 นาที เช่นกัน ก็เสิร์ฟได้

Tips

1. กะทิชาวเกาะอร่อยกว่ายี่ห้ออื่น

2. น้ำพริกที่อร่อยต้องนิตยา เดี๋ยวนี้เค้าทำแบบห่อใหญ่ขาย ห่อนึงทำได้เป็นสิบๆครั้ง รองมาก็แม่ศรี เป็นแบบกระป๋องเหล็ก

3. ตอนผัดน้ำพริก ถ้าใช้น้ำมันพืชน้อยเกินไป จะติดก้นหม้อไหม้ได้

 

ครั้งแรกที่ทำ เราทำกินกันกับเพื่อนคนไทย และเพื่อนคนจีน เป็นปาร์ตี้วาเลนไทน์แบบเหงาๆ ซื้อกุหลาบให้ตัวเองกันไป ตามประสาคนไกลแฟน ฮ่าๆ