++ ต้อนรับแสงแดดฤดูร้อนด้วย nu jazz ++

20 ต.ค.

เวลาแห่งความสุขของฤดูร้อนใกล้เข้ามาถึงเต็มทีแล้ว ไอของแดด กับแสงอ่อนๆ บรรยากาศที่สดชื่นสดใสของหน้าร้อนกำลังใกล้เข้ามาทุกวัน ท่ามกลางไอแดดที่แผดเผาของท้องฟ้าออสเตรเลีย ถ้าได้คลายร้อนด้วยเสียงเพลงที่ฟังแล้วชื่นใจ มันจะดีแค่ไหนน้า

Koop เป็นวง nu jazz จากสวีเดน ที่ออกผลงานเพลงมาเกือบสิบปีแล้ว ด้วยการมิกซ์เพลงแบบเสียงสังเคราะห์ และผสมผสานเข้ากับการเล่น turntable ทำให้งานแจ๊สจากดินแดนอันหนาวเหน็บนี้ ออกมาอย่างสดใสสวยงาม เหมาะจะฟังเพื่อเพิ่มความสดชื่นในหน้าร้อนเป็นอย่างยิ่ง และยิ่งได้เสียงสไตล์เย็นๆของ Yukimi Nagano ศิลปินแจ๊สสาวจากดินแดนอาทิตย์อุทัยมาร่วมแจมแล้ว งานของ Koop ยิ่งเป็นสีสันที่เข้ากับท้องฟ้าหน้าร้อนอย่างที่สุด กับแทร็ค Summer Sun ที่เลือกมาให้ฟังนี้ เป็นงานชั้นดีที่ทำขึ้นตั้งแต่ปี 2001 จากอัลบั้ม Waltz For Koop ซึ่งนับเป็นงาน nu jazz ที่เบิกทางให้ขาแจ๊สรุ่นใหม่ในไทยได้รู้จักกับงานแจ๊สดีๆแบบนี้จากแถบสแกนดิเนเวีย

ป้ายกำกับ:, , , , , , ,

++ ยอมเป็นข้าวมันไก่ ++

15 ต.ค.

ถ้าจะพูดถึงอาหารจานเดียวยอดนิยมในเมืองไทย ก็คงจะต้องมีชื่อของ ข้าวมันไก่ ติดโผเป็นอันดับต้นๆอย่างแน่นอน เรียกว่ามีขายกันทั่วทุกหย่อมหญ้า ออกจากบ้านไปไม่กี่สิบนาที ต้องได้เห็นวางขายอยู่เจ้าแน่ๆ และเราเองก็เป็นอีกคนที่ชอบกินข้าวมันไก่เอามากๆ ชอบมากถึงขนาดเคยคิดอยากเปิดทัวร์ตระเวนชิมข้าวมันไก่ 10 เจ้ารอบเกาะรัตนโกสินทร์ด้วยนะ ฮ่าๆ ร้านไหนที่ว่าดัง ว่าเด็ด เราไปมาหมดแล้วในกรุงเทพ แต่พอมาอยู่ต่างแดนแบบนี้ ช่างหากินยากซะเหลือเกิน ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เลยต้องทำเองซะเลย จะให้รอไปกินที่ไทยก็คงไม่ไหว มาดูสูตรกันเลยดีกว่า

ส่วนผสมไก่

1. สะโพกไก่ตามต้องการ

2. รากผักชี 1 tbs

3. ซีอิ๊วขาว 6 tbs

4. ซุปไก่ก้อน 2 ก้อน

5. หัวหอม 2 หัว

6. พริกไทยดำ ตามชอบ

ส่วนผสมข้าว

1. ข้าว 2 cups

2. ขิงสับ 1 tbs

3. กระเทียมทุบ 2 หัว

4. แม็กกี้ 1/2 tbs

5. น้ำมันพืช 2 1/2 tbs

 

วิธีทำ

1. ต้มสะโพกไก่ ใส่ซุปก้อน รากผักชี ซีอิ๊วขาว และหัวหอมหั่นครึ่ง

2. ปรุงรสเพิ่มด้วยพริกไทยดำ กะเอาตามชอบ

3. ต้มจนไก่สุก แล้วจากนั้นจะเอาน้ำซุปที่ได้มาหุงข้าวมัน

4. เตรียมข้าวมันโดยใช้ใส่กระเทียมทุบ ขิงสับ แม็กกี้ และน้ำมันพืช

5. เติมน้ำซุปให้พอดีกับปริมาณข้าว แล้วหุงในหม้อข้าวปกติ

6. เอาไก่ขึ้นหลังจากที่ไก่สุก เพื่อเตรียมสับ

7. เลาะกระดูกไก่ออก แล้วใส่กระดูกกลับไปในน้ำซุปเพื่อต้มต่อ

8. ข้าวน่าจะสุกพอดี พร้อมๆกับไก่ที่สับเสร็จ

ข้าวมันไก่สูตรนี้ไม่ได้กินกับน้ำจิ้มเต้าเจี้ยว เพราะในโฮบาร์ทหาพริกขี้หนูสดไม่ได้เลย จะใช้พวกพริกแห้งหรือพริกดองก็รสชาติไม่เหมือน เลยกินกับซีอิ๊วดำหวาน ก็พอแก้ขัดได้ ส่วนน้ำซุปที่ได้ รสชาติจะออกเข้มข้น ถึงรสพริกไทยดำ จะไม่จืดเหมือนซุปตามร้านข้าวมันไก่ทั่วๆไป ที่เจือจางซะเหลือเกิน

 

 

ป้ายกำกับ:, , ,

++ มะตะบะไก่ สไตล์ลูกครึ่ง ++

14 ต.ค.

หลังจากที่ได้ทำข้าวหมกไก่กินกันกับเพื่อนๆไปหลายต่อหลายหน (เดี๋ยวจะเขียนถึงวันหลัง) ทีนี้ชักกำเริบเสิบสาน แค่ข้าวหมกไก่มันยังไม่สะใจพอ มันต้องมีเครื่องเคียงด้วยซี่ ว่าแล้วก็เล็งมาที่มะตะบะ ดังนั้น เรากับเพื่อนอาหรับของเราเลยสมคบคิดกันทำมะตะบะไก่กันขึ้น จะเป็นยังไง เชิญติดตามชมจ้า

ส่วนผสมแป้ง

1. plain flour 1 cup

2. 1 egg

3. salted butter 1/2 tbs

4. salt 1/8 tsp

5. water 2 tbs

ส่วนผสมไส้

1. chicken mince 1/2 cup

2. chopped onion 1 cup

3. 2 eggs

4. salt 1/2 tsp

5. black pepper 1/2 tsp

6. oregano 1 tsp

7. olive oil 1 1/2 tbs

วิธีทำ

1. ร่อนแป้ง 2-3  รอบ ใส่บนโต๊ะสะอาดหรือชามอ่าง แล้วทำตรงกลางให้เป็นหลุม

2. ตอกไข่ใส่ลงไป ตามด้วยเกลือที่ละลายกับน้ำแล้ว

3. ใส่เนยสดอ่อนตัวลงไปด้วย

4. คนของเหลวกลางหลุมให้เข้ากับแป้ง

5. นวดแป้งด้วยมือเปล่าให้นุ่มเนียนอีกที ถ้าติดมือก็ใช้แป้งสาลีช่วยนวด

6. ได้ที่แล้วก็แบ่งให้แป้งมีขนาดเท่าไข่ไก่

7. เอาแป้งที่แบ่งแล้วใส่ชาม และเคลือบแป้งบางๆด้วยน้ำมันพืชหรือเนยละลาย

8. ใส่น้ำมันในกะทะ แล้วผัดไก่บดให้สุก

9. ใส่หอมใหญ่ลงไปผัดให้เข้ากัน

10. ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย และออริกาโนป่น

11. ผัดให้เข้ากันแล้ว ตักใส่ชามพักไว้

12. ตอกไข่ใส่ชามแล้วตีให้ขึ้นฟู จากนั้นเทไส้ที่พักไว้ผสมลงไป

13.  หยิบแป้งมา 1 ก้อน แผ่ให้เป็นแผ่นบางๆ

14. ใส่ไส้ลงไปกลางแป้ง แล้วพับขอบแป้งเข้าหากันให้เป็นทรงสี่เหลี่ยม

15. เทน้ำมันลงกะทะ ใช้ไฟกลางค่อนมาทางอ่อน พอร้อนแล้วก็เอาแป้งที่ใส่ไส้แล้วลงทอด

16. พลิกกลับไปมาจนเหลืองกรอบทั้งสองด้าน

17. เมื่อเหลืองครบทั้งสองด้านแล้วก็ตักขึ้นได้

 

น่ากินมั้ยละ ขึ้นจากเตาร้อนๆเลย เหลืองกรอบน่ากินสุดๆ สูตรที่ให้เนี่ย ทำได้ทั้งหมด 5 ชิ้นจ้า ชิ้นกำลังดี ไม่เล็กไม่ใหญ่

หลังจากที่เราได้ลองลิ้มชิมรสแล้ว พบว่ารสชาติออกแนวลูกครึ่งอาหรับ อิตาเลียนยังไงชอบกล หน้าตาเหมือนมะตะบะทั่วไป แต่รสชาติของไส้ออกแนวอิตาเลียนแฮะ ใครที่สนใจมะตะบะลูกครึ่ง ก็ลองเอาสูตรนี้ไปทำดูได้จ้า

 

 

ป้ายกำกับ:, ,

++ Sunquick Orange Cake ++

14 ต.ค.

มาที่เมนูของหวานกันบ้างดีกว่า ไม่รู้เป็นยังไงพวกอาหารการกินด้านของหวานที่นี่กลับไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ ไอ่ตอนแรกเห็นว่ามาเมืองฝรั่ง ก็จิ้นไปถึงสารพัดเค้ก แบบที่เราเห็นจากทีวีแชมเปี้ยน กะว่ามาถึงแล้วคงจะกินได้เต็มคราบ แต่เปล่าเลย มีแบบนั้นน้อยมาก ก็เลยต้องเสาะหาทำเองตามที่อยากกิน เค้กที่จะทำนี้เป็นเค้กส้มแบบกึ่งสำเร็จรูป จะเป็นยังไงลองติดตามชมจ้า

ส่วนผสมตัวเค้ก

1. cake mix vanilla flavour

2. navel orange

3. vanilla extract

4. milk

ส่วนผสมหน้าเค้ก

1. water 3/4 cup

2. Sun Quick 1/4 cup

3. sugar 1/3 cup

4. brown sugar 2 teaspoons

5. plain flour 1 1/2 tablespoons

6. salted butter 1 tablespoon

7. mandarin orange

วิธีทำ

1. ผสมเค้กด้วยนม ตามสัดส่วนข้างกล่อง ใส่ผิวส้มนาเวลขูด และน้ำส้มคั้น ถ้าชอบกลิ่นวานิลลาก็เติมได้

2. อบตามวิธีข้างกล่อง

3. สำหรับหน้าเค้ก ผสมทุกอย่างยกเว้นเนยสดลงในหม้อ คนให้เข้ากัน

4. นำไปตั้งไฟ แล้วกวนจนแป้งสุก

5. เสร็จแล้วยกลงจากเตา เติมเนยสดที่อ่อนตัวแล้ว คนให้เข้ากัน

6. ทิ้งให้เย็นลง ระหว่างนี้ปอกส้มแมนดาริน และจัดแต่งบนเค้กให้สวยงาม

7. พอหน้าเค้กอุ่นลงแล้ว ก็ราดได้เลย

ทั้งหมดนี้ทำได้ง่ายๆภายในหนึ่งชม.เท่านั้นจ้า

 

 

 

ป้ายกำกับ:, , , ,

++ คันหู ไม่รู้เป็นอะไร้ ++

13 ต.ค.

นาทีนี้คิดว่าคงไม่มีชาวไทยคนไหนที่บ้านมีไฟฟ้าเข้าถึง และเล่นเน็ทได้ จะไม่รู้จักกับเพลงที่ชื่อ คันหู ของวงเทอร์โบ แต่เราจะไม่พูดถึงอะไรที่เป็นประเด็นร้อนหรอกนะ โลกเรามันร้อนพออยู่แล้ว เหอะๆๆ แต่วันนี้เราจะพูดถึงเพลงนี้ ในเวอร์ชั่นที่มีคนเอามา cover ใหม่กัน

คันหูเวอร์ชั่นนี้ เป็นการทำงานของวง Skarangers ที่ทำขึ้นมาภายใต้โปรเจคที่มีชื่อว่า No Cover Input ซึ่งเป็นโปรเจคจากการรวมตัวของศิลปินอิสระที่ชื่อว่า No Signal Input จากเชียงใหม่นี่เอง นอกจากนี้ก็ยังมีวงอื่นๆอีก เช่น หรอย, สภาพสุภาพ, อินธนูและพู่ถุงเท้า

หลังจากที่ได้ฟังแล้วชอบสุดๆ เพลงติดหูมากเลย แต่กลับไม่ค่อยสร้างความรู้สึกว่าเป็นสกาสมชื่อวงสักเท่าไหร่ ถึงแม้จะมีทรัมเปตและทรอมโบนก็ตาม เรากลับรู้สึกว่าคล้ายงานของ Jetseter มากกว่า ออกแนวป็อบ ผสมดิสโก้และฟังก์หน่อยๆ บวกกับเครื่องเป่าสองชิ้นที่ว่า ก็คงจะไม่แปลกอะไรกับชื่อวง เพราะทีศรีราชาร็อคเกอร์ ยังเล่นเพลงสกาได้เลย จริงมั้ย

กลับเข้าเรื่องกันต่อ ในส่วนของเมโลดี้ เส้นร้องถูกบิดออกไปจากเดิมแบบไม่เหลือเค้าเลย รวมทั้งการแบ่งคำร้องด้วยเช่นกัน เรียกว่าไม่เหลือเค้าความเป็นลูกทุ่งอย่างต้นฉบับเลย การเอื้อนเสียงแบบลูกทุ่งหายไป แทนที่ด้วยการร้องแบบสมัยนิยมธรรมดา อีกอย่างที่ทำให้ต่างออกไปก็ที่การตัดเนื้อร้องบางส่วนทิ้ง ตรงนี้คิดว่าเพราะนักร้องนำของวงเป็นชาย เลยตัดเนื้อส่วนที่ดูเป็นผู้หญิงออกไป และร้องซ้ำท่อนแรกกับท่อนสองเท่านั้น

ยังไงก็ลองฟังกันดู แล้วคุณจะหลงรักเพลงนี้ ฮิฮิ

ป้ายกำกับ:, , , , ,

++ honey soy wings ++

8 ต.ค.

ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เราปาร์ตี้บ่อยมาก และอาหารที่เค้านิยมกินในปาร์ตี้ก็เป็นอาหารจำพวก finger food นี่เอง เป็นอะไรที่กินง่ายในมือเดียว ไม่เลอะมากมาย จะยืนกิน เดินกินก็สะดวก ไม่เปลืองที่ทางในการนั่งกิน ว่าแล้วก็มาดูวิธีทำกันเลยดีกว่า

ส่วนผสม

1. ปีกไก่

2. ซีอิ๊วขาว

3. น้ำผึ้ง

4. ขิงสับ

5. กระเทียมสับ

6. งาขาว (เพื่อตกแต่ง)

วิธีทำ

1. หมักปีกไก่กับซีอิ๋วขาว น้ำผึ้ง ขิงสับ และกระเทียมสับ อย่างต่ำ 3 ชม. หรือหมักข้ามคืนเลยก็จะยิ่งเข้าเนื้อ

2. วอร์มเตาที่ 300 องศาซี แล้วเตรียมถาดอบให้พร้อม ด้วยการพ่น cooking spray กันปีกไก่ติดถาด

3. อบด้านแรก 10 นาที จากนั้นพลิกอีกด้านอบสัก 5-6 นาที ก็จะสุกทั่ว

4. เอาออกจากเตาแล้วโรยงาขาวให้สวยงาม

Tips

1. เลือกปีกไก่ที่หั่นมาแล้ว หรือที่เรียกว่า nibble จะได้ไม่ต้องมาหั่นเอง กินง่ายด้วย

2. เลือกน้ำผึ้งที่ไม่ต้องพิเศษมาก ที่บอกจากเกสรดอกไม้นั่นนี่ รสมันจะเพี้ยน เอาแบบที่ขายในซุปเปอร์ทั่วไปก็พอ

3. ไม่ต้องใช้กระเทียมสับเยอะ อย่าให้กลบกลิ่นขิงเป็นใช้ได้

4. ใช้ฟอยล์รองถาดอบก่อนก็ดี จะได้ไม่ต้องทำความสะอาดยุ่งยาก

5. ถ้าไม่อยากโรยงาก็ไม่ต้องก็ได้ บางคนจะรู้สึกสะดุดลิ้น

สำหรับปีกไก่น้ำผึ้งอันนี้ ถ้าไม่กินเป็น finger food ตามปาร์ตี้ จะเอามาประยุกต์กินกับสลัดผักก็ได้ ราดคู่กับเดรสซิ่งแบบฝรั่งเศส ก็อร่อยไปอีกแบบ รสชาติหวานๆเค็มๆของปีกไก่ ตัดกันกับรสเปรี้ยวอมมันของเดรสซิ่งได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้ชอบกินผักอะไรมากถึงกับที่จะกินสลัดผักได้เปล่าๆ ก็มีเนื้ออะไรสักหน่อยนึงมาเพิ่ม ให้ไม่รู้สึกว่าอ้างว้างเกินไป

 

ปล. ทำไม Tips มันเยอะกว่าวิธีทำวะ

ป้ายกำกับ:, ,

++ แกงเขียวหวานของฉันอร่อย ++

8 ต.ค.

ถ้าจะพูดถึงอาหารไทยที่มีชื่อเสียงในสายตาต่างชาติอันดับหนึ่งก็คงหนีไม่พ้นต้มยำกุ้ง ส่วนอันดับสองก็คงไม่น่าพ้นแกงเขียวหวานนั่นเอง เราเป็นคนที่ชอบกินแกงเขียวหวานไก่มากๆ เรียกว่าเป็นอาหารไทยที่ชอบที่สุดเลยก็ว่าได้ ยิ่งเป็นสูตรของคุณยายแล้วละก็ กินเท่าไหร่ไม่เคยพอ จำได้ว่าตอนเด็กๆเติมไม่รู้จักอิ่ม กินทีนึงก็เกิน 3-4 จานตลอด แต่เราก็ไม่เคยทำกินเองมาก่อนเลย หลังจากคุณยายเสียไป แม่เราก็ทำให้กินแทน ดังนั้นเมื่อเรามาอนู่ที่นี่ เมนูนี้ก็เลยเป็นอาหารไทยอย่างแรกที่เราทำกินเอง

ส่วนผสม

1. เนื้อไก่

2. น้ำพริกแกงเขียวหวานแบบสำเร็จ

3. กะทิกล่อง

4. ผัก frozen ชนิดที่ชอบ

5. green pea (ให้ได้ visual แทนมะเขือพวง)

6. น้ำปลา

7. น้ำตาล

8. น้ำเปล่า

9. น้ำมันพืข

วิธีทำ

1. เอาไก่ไปลวก ไม่ต้องใช้น้ำร้อนจัด แล้วพักไว้ก่อน

2. ตั้งน้ำมันพืชในหม้อ ให้ร้อน แล้วเอาพริกแกงลงไปผัดให้หอม

3. เติมกะทิให้พอกับที่ต้องการ เคี่ยวต่อไปให้แตกมัน

4. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล น้ำเปล่า กะรสเอาตามชอบ

5. ได้รสแบบที่ต้องการแล้ว ก็ใส่ผัก

6. ตั้งไฟสัก 2-3 นาที ก็ใส่ไก่ที่ลวกไว้แล้วได้เลย

7. ตั้งไฟอีก 2-3 นาที เช่นกัน ก็เสิร์ฟได้

Tips

1. กะทิชาวเกาะอร่อยกว่ายี่ห้ออื่น

2. น้ำพริกที่อร่อยต้องนิตยา เดี๋ยวนี้เค้าทำแบบห่อใหญ่ขาย ห่อนึงทำได้เป็นสิบๆครั้ง รองมาก็แม่ศรี เป็นแบบกระป๋องเหล็ก

3. ตอนผัดน้ำพริก ถ้าใช้น้ำมันพืชน้อยเกินไป จะติดก้นหม้อไหม้ได้

 

ครั้งแรกที่ทำ เราทำกินกันกับเพื่อนคนไทย และเพื่อนคนจีน เป็นปาร์ตี้วาเลนไทน์แบบเหงาๆ ซื้อกุหลาบให้ตัวเองกันไป ตามประสาคนไกลแฟน ฮ่าๆ

ป้ายกำกับ:,

++ ก้างใหญ่ ไก่ย่าง ++

8 ต.ค.

ตอนอยู่ไทยเราเป็นคนที่ิกินไก่ย่างบ่อยมาก เรียกได้ว่าแทบทุกอาทิตย์เลย เพราะหน้าปากซอยจะมีเจ้าอร่อยขายอยู่ ที่บ้านเราอุดหนุนกันมานาน ความจริงตั้งแต่มาถึงใหม่ๆก็อยากจะกินแล้ว แต่ใจไม่ถึงที่จะทำเอง ช่วงแรกที่ทำอาหารกินเอง ส่วนมากจะเป็นอะไรง่ายๆ ที่คนเค้านิยมทำกินกันเองในบ้าน แบบที่ว่าเป็นกับข้าวกินกับข้าวสวยซะมากกว่า อีกพักใหญ่ถึงจะพัฒนามาทำพวกอาหารจานเดียว ขนม และอาหารอื่นที่ซับซ้อนขึ้น ทั้งของไทยและของชาติอื่นๆ

ไก่ย่างสูตรที่จะให้เนี่ย แรกสุดเราหามาจากอินเตอร์เนท แต่เอามาปรับให้เข้ากับสภาพตอนนั้น เพราะสูตรที่เจอมาเค้าใส่เหล้าจีนหรือวิสกี้ด้วย แต่เพื่อนเราที่จะกินด้วยเป็นมุสลิม กินเหล้าไม่ได้ ก็เลยต้องตัดออก แล้วก็ปรับรสให้เข้มข้นขึ้นด้วย เรียกว่าถึงใจกันไปเลย ส่วนวิธีทำให้สุกก็ไม่ได้ใช้เตาย่าง เพราะหาลำบากและขั้นตอนยุ่งยาก เราก็เลยประยุกต์ใช้เตาอบแทน

 

ส่วนผสม

1. ไก่สดทั้งตัว

2. ซอสหอยนางรม

3. ซอสภูเขาทองฝาเขียว

4. ซีอิ๊วดำหวาน

5. น้ำตาลทราย

6. นมสด

7. ผงผักชี กระเทียม พริกไทย

8. เกลือป่น

วิธีทำ

1. ล้างไก่ด้านในให้สะอาด จะได้ไม่มีกลิ่นและอะไรตกค้างด้านใน

2. ผ่าครึ่งไก่แต่อย่าให้ขาดออกจากกันหมด ให้มันแบะออกเป็นแบนๆได้

3. เอาน้ำร้อนที่ไม่ถึงกับเดือดจัด มาราดหนังไก่เพื่อให้หนังตึง เวลาอบจะได้กรอบ

4. กะเครื่องปรุงทุกอย่างให้พอดีกับขนาดของไก่ ผสมให้เข้ากัน และชิมรสตามชอบ

5. เอาไก่ลงไปอาบกับเครื่องปรุงที่ผสมไว้

6. หมักทิ้งไว้อย่างน้อย 3  ชม. หรือถ้าจะให้ดีหมักทิ้งไว้ข้ามคืน จะได้ยิ่งเข้าเนื้อ

7. วอร์มเตาอบที่ 200 องศาซีฯ

8. เอาไก่วางลงในถาดอบ โดยเอาด้านหนังลง อบไว้สัก 40 นาที

9. อบด้านแรกเสร็จแล้ว ให้กลับอีกด้านขึ้น แล้วอบจนสุก

Tips

1. ซีอิ๊วดำหวานไม่ต้องใช้เยอะ ใส่แค่พอให้ออกสีเท่านั้น

2. ไก่สำเร็จเป็นตัวที่ซื้อจากซุปเปอร์ที่นี่จะเป็นไก่ที่ทำไว้แล้ว ไม่ต้องมาเอาเครื่องในออกเอง แต่ก็ต้องล้างอีกทีให้ชัวร์

3. ถ้ามีฟอยล์ เอามารองถาดอบก่อนวางไ่ก่ก็จะดีมาก จะได้ไม่เลอะมาก ทำความสะอาดไม่ยุ่งยาก

 

หลังจากที่อบเสร็จแล้วก็จะออกมาแบบในภาพนี้แหละ น่ากินมั้ยละ อิอิ วันนั้นเพื่อนๆโซ้ยกันใหญ่เลย หมดไวมาก กินกันหนุบหนับๆ แปบเดียวหมด ทั้งๆที่ก็ทำเยอะมากเหมือนกัน

ลองเอาไปทำกันดูได้นะจ๊ะ จะหุงข้าวเหนียวไว้กินด้วยกันก็ได้ จะทำลาบหรือน้ำตกไว้กินแกล้มกันก็แซ่บอย่าบอกใคร

ป้ายกำกับ:,

++ อยู่เพื่อกิน ++

8 ต.ค.

ด้วยความที่เราเกิดมาในครอบครัวนักกิน นิสัยช่างกินก็เลยถูกปลูกฝังมาในตัวเราอย่างเลี่ยงไม่ได้ ครอบครัวเรามักจะตระเวนหาของกินอร่อยๆมากระแทกปากกันอยู่เสมอ และสมาชิกในครอบครัวเราทุกคนทำอาหารเป็นกันทั้งนั้น ตั้งแต่คุณตา คุณยาย น้า แม่ พ่อ รวมทั้งเราด้วย สมัยยังอยู่ไทย เราเองไม่ค่อยมีโอกาสได้ทำอาหารเองสักเท่าไหร่ เพราะแม่กับน้าแย่งทำหมด นานๆจะได้ทำที แล้วก็ทำวนเวียนอยู่แค่ไม่กี่อย่าง แต่พอมาอยู่ที่นี่ เราต้องทำกินเองทั้งหมด เพราะซื้อเค้ากินมันแพง

จากที่ได้ลองผิดลองถูกทำอาหารด้วยตัวเอง หาสูตรเอาจากอินเตอร์เนทบ้าง สูตรจากที่บ้านบ้าง มั่วๆสูตรขึ้นเองมั่ง พลิกแพลงเอาจากที่เคยกินๆมา ว่าต้องใส่อะไรมั่ง ก็เลยออกมาเป็นอาหารพวกนี้ แต่เวลาที่เราทำอาหาร ส่วนมากจะไม่ค่อยมีการชั่งตวงวัดที่แน่นอนเท่าไหร่ อาศัยกะเอาตามสัญชาตญาณและความรู้สึก มีแค่บางสูตรเท่านั้นที่เราจะทำตามแบบเป๊ะๆ ซึ่งส่วนมากจะเป็นอาหารต่างชาติ และสูตรอาหารทั้งหมดที่จะอัพในบล็อกนี้ เป็นสูตรที่เหมาะกับคนที่อยู่ต่างบ้านต่างเมือง ที่อาจจะหาเครื่องปรุงหรืออุปกรณ์ได้ไม่ครบเท่ากับที่ไทย นับว่าประยุกต์ทำเอาให้พอกินได้ หลายๆอย่างรสใช่ แต่ visual ไม่ได้ ยังไงก็ต้องขอโทษด้วยนะจ๊า

ก็เอาเป็นว่าลองทำตามกันดูแล้วกันจ้า ชอบไม่ชอบสูตรไหนก็บอก หรือถ้าใครมีเคล็ดลับอะไรดีๆก็แชร์กันได้นะ

ป้ายกำกับ:, , , ,

++ วง indie และ twee pop จากประเทศเพื่อนบ้าน ++

8 ต.ค.

เราคิดว่าเราเป็นคนที่ชอบฟังเพลงมากเอาการ ตั้งแต่เล็กๆมาแล้ว เท่าที่จำความได้ เราเริ่มสนใจเรื่องพวกนี้ก่อนเพื่อนๆวัยเดียวกันซะอีก เรียกว่าสนใจในเชิงลึกซะด้วย เราเริ่มการฟังเพลงของเราจากเพลงไทยทั่วๆไป จนเริ่มเข้าวัยรุ่นเราก็ย้ายไปฟังสากล มีไปแวะที่ j-rock บ้างนิดหน่อย แต่ก็ยังไม่ใช่แนว จนช่วงหลังสุดเราหลงรักแจ๊สเข้าแบบเต็มๆ รวมไปถึงบอซซา สกา และ world music ด้วยนะ แต่สองปีให้หลังมานี้ เราก็ตกหลุมรักครั้งใหม่กับ Swedish pop และ twee pop

สำหรับวงที่จะแนะนำวันนี้ เป็น indie จากประเทศเพื่อนบ้านของเรานี่เอง Estrella มาจากประเทศมาเลเซีย มีสมาชิกด้วยกัน 5 คน นักร้องนำเป็นสาวน่ารักที่ืชื่อ Liyana ส่วนที่เหลือเป็นชายล้วน (อยากบอกว่ามือกลองตรงสเป็คเราอย่างแรง) เรารู้จักกับวงนี้ครั้งแรกจากเพื่อนสนิทชาวมาเลย์ แทร็คที่อยากให้ลองฟังกันก็คือ Stay เป็นป็อบใสๆ กับเสียงหวานๆ มากับดนตรีที่ลงตัว มีเสียงน้องแน้งตามสไตล์ของ twee pop อยู่ด้วย ครั้งแรกที่ฟังก็ติดใจเลยแหละ น่ารักเว่อร์ ว่าแล้วก็ขอดูดเพลงมาจากเพื่อนทันทีทันใด หลังจากนั้นไม่นานก็ไปตามหามาได้จนครบอัลบั้มเลย เพราะทุกเพลง สำหรับใครที่เริ่มฟัง Swedish pop หรือ twee pop หรือคนที่ฟังมานานแล้วก็ตาม ก็อยากจะแนะนำให้ลองฟังวงจากเพื่อนบ้านเราดูมั่ง ร้องด้วยภาษาอังกฤษ ฟังง่ายดีจ้ะ

ต่อมาเป็นวง twee pop ชื่อดังจากอินโดนีเซีย คิดว่าคงเป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้วสำหรับใครที่ติดตามวงการนี้มานาน แต่สำหรับมือใหม่ยิ่งต้องแนะนำกันเลยเชียว ของเค้าเด็ดจริง Mocca เป็นวงที่มีนักร้องนำเป็นหญิง บวกกับอีกสามหนุ่ม ที่ฟอร์มวงกันมาตั้งแต่สมัยมหาลัย Mocca มีอัลบั้มออกมาทั้งหมด 3 ชุดแล้ว ยังไม่รวมซิงเกิลพิเศษต่างๆอีกนะ ความพิเศษของวงนี้จะอยู่ที่การผสมผสานเอาดนตรีหลายแบบเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นบอซซา แจ๊ส และป็อบ ทำให้ออกมากลมกล่อม ลงตัวมาก เมื่อบวกเข้ากับเสียงร้องน่ารักๆ เนื้อหาใสๆ ฟังแล้วทำเอาใจละลายได้เลย แต่อย่าจิ้นหน้าตาของหนุ่มๆในวงนะ หมดมู้ดคิขุเอาไม่รู้ด้วย อิอิ แทร็คที่อยากให้ลองกันก็คือ Life keeps on turning ที่ยังคงความเป็นป็อบ เหมาะสำหรับคนที่อาจจะไม่ชอบอะไรที่มันง้องแง้งเกินไป แถม mv ก็น่ารักด้วยนะ ร้องภาษาอังกฤษอีกตามเคย ฟังง่ายอีกแล้ว

เอาละ มากันที่วงสุดท้าย ที่อาจจะแหวกแนวไปจากหัวข้อสักหน่อย เพราะว่าวงนี้ไม่ใช่ twee pop เหมือนอย่างสองวงแรก แต่เป็นเรกเก้จากมาเลเซียนี่เอง วงนี้ชื่อว่า Purevibracion ต้องบอกกันก่อนว่าวงนี้ไม่ได้ทำเพลงเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด มีบางเพลงเท่านั้นที่ใช่ แต่ก็ไม่เป็นปัญหา เพราะ เสียงเพลงมันไร้พรมแดนอยู่แล้ว จริงมั้ย อิอิ สำหรับแทร็คที่อยากแนะนำสุด มีชื่อว่า Love ที่ได้นักร้องนำสาวสวย Liyana จากวง Estrella มา featuring ด้วย หลังจากที่ได้ลองฟังครั้งแรกไปเมื่อวานก็ติดหูตั้งแต่ครึ่งเพลงแรกเลยทีเดียว (เพลงนี้ครบรอบสองปีแล้ว แต่นังนี่เพิ่งจะได้ฟัง) แถมท่อนคอรัสติดหูสุดๆ นอกจากนี้ด้วยสำเนียงการร้องแบบเรกเก้ที่เป็นเอกลักษณ์ของนักร้องนำชาย ยังผสมกลมกลืนเข้ากันดีกับเสียงหวานใสของ Liyana ได้เป็นอย่างดี เนื้อเพลงก็น่ารักสุดใจ

ยังไงก็ขอฝากวงอินดี้จากประเทศเพื่อนบ้านเราไว้ด้วยเน้อ หลายๆวงทำเพลงออกมาเจ๋งๆทั้งนั้นเลย แล้วเป็นแนวที่หาฟังไม่ได้จากอินดี้บ้านเราเท่าไหร่ด้วยนะ สำหรับใครที่อยากลองเพลงแปลกๆใหม่ๆ แต่ไม่ใช่แนวฮาร์ดคอร์ ก็น่าจะถูกใจได้ไม่ยากจ้า

ป้ายกำกับ:, , , , , ,

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.